หลักการประกันภัยเบื้องต้น

ความหมายการประกันภัย

              การประกันภัย คือการกระทำของบุคคลหมู่หนึ่ง ทำการโอนความเสี่ยงภัยของสมาชิกแต่ละคนเพื่อที่จะ

กระจายไปยังสมาชิกผู้ที่ได้รับความเสียหายทุกคนหรือเฉลี่ยความเสี่ยงภัยร่วมกัน

การทำประกันภัย

                คือ วิธีการกระจายความเสี่ยงภัยอย่างหนึ่ง ที่สมาชิกทุกคนที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องจ่ายเงินที่เรียกว่าเบี้ยประกันภัย ให้กับกองทุน และเมื่อมีสมาชิกคนใดคนหนึ่งเคราะห์ร้าย หรือได้รับความเสียหายตามที่กำหนด คนนั้นจะได้รับการชดใช้จากเงินกองกลางนั้น ตามจำนวนที่  ตกลง โดยมีบริษัทประกันภัยเป็นผู้จัดการกองทุน

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย

1. พ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ. 2535

2. พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535

3. พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

ประเภทของการประกันภัย  แบ่งเป็น 2 ประเภท

  1. การประกันชีวิต
  2. การประกันวินาศภัย

หมายเหตุ เมื่อสัญญาประกันภัยเกิดขึ้นแล้ว  ผู้รับประกันภัยต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้ผู้เอาประกันและผู้เอาประกันภัยสามารถเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้

ประโยชน์ของการประกันภัย

- ทำให้เกิดการออมทรัพย์

- ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

- ก่อให้เกิดเสถียรภาพในการประกอบธุรกิจ

- ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ

- ช่วยให้การคำนวนต้นทุนใกล้เคียงต่อความเป็นจริงในการลงทุน

 ประเภทของการประกันภัยรถ

การประกันภัยรถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1. การประกันภัยรถภาคบังคับ (Compulsory Motor Insurance)

การประกันภัยรถภาคบังคับ หมายถึง การประกันภัยรถ กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถซึ่งใช้หรือมีรถไว้เพื่อใช้ ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย โดยประกันภัยกับบริษัทตามกฎหมายว่าด้วย การประกันวินาศภัยที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการประเภทการประกันภัยรถ

2. การประกันภัยรถภาคสมัครใจ

การประกันภัยรถภาคสมัครใจ เป็นการประกันภัยรถที่กฎหมายไม่ได้บังคับ ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้เอาประกันภัยที่เห็นถึงความเสี่ยงภัยแห่งตน และมีความคิดที่จะกระจายความเสี่ยงภัยออกไปยังบุคคลอื่นคือ การประกันภัยไว้กับบริษัทผู้รับประกันภัย

 

            รถที่ต้องทำประกันภัยตาม ...

รถที่ต้องทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือพ.ร.บ. ได้แก่ รถทุกชนิดทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วย รถยนต์ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหารที่เจ้าของมีไว้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ ไม่ว่ารถดังกล่าวจะเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อเครื่อง รถยนต์โดยสาร รถบรรทุก หัวรถลากจูง รถพ่วง รถบดถนน รถอีแต๋น ฯลฯ

ดังนั้น รถบางประเภทที่กรมการขนส่งทางบกไม่รับจดทะเบียน แต่หากเข้าข่ายว่ารถนั้นเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้าหรือพลังงานอื่น ให้จัดเป็นรถที่ต้องทำประกันภัยตามพ.ร.บ.

              รถที่ได้รับการยกเว้นตาม ...

1. รถสำหรับเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ พระรัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

2. รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียน และมีเครื่องหมายตามระเบียบที่เลขาธิการพระราชวังกำหนด

3. รถของกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการต่าง ๆ รถยนต์ทหาร

4. รถของหน่วยงานธุรการขององค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานธุรการที่เป็นอิสระของ

องค์กรใด ๆ ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

 

ผู้ที่ต้องทำประกันภัยและโทษของการไม่ทำประกันภัย

ผู้ที่ต้องทำประกันภัย ตามตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535หรือ พ.ร.บ. ได้แก่

1. เจ้าของรถ (ผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ)

2. ผู้เช่าซื้อรถ (ผู้ครอบครองรถในฐานะผู้เช่าซื้อรถ)

3. เจ้าของรถ ซึ่งนำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาใช้ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

อนึ่ง การฝ่าฝืนไม่จัดให้มีการทำประกันภัยรถ ตามพ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพ.ศ. 2535 กำหนดให้ระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

 

ผู้ที่มีหน้าที่รับประกันภัยและโทษของการไม่รับประกันภัย

ผู้รับประกันภัยรถ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือพ.ร.บ. ได้แก่

1. บริษัทประกันวินาศภัย ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันภัย รวมถึงสาขา

ของบริษัทนั้น ๆ ทั่วประเทศ

2. บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด (รับประกันภัยเฉพาะรถจักรยานยนต์)โดยมีสาขาให้บริการทั่วประเทศอนึ่ง บริษัทใดฝ่าฝืนไม่ยอมรับประกันภัยตามกฎหมายนี้ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่50,000 – 250,000 บาท

1 ความเห็น


  1. เสริมข้อมูลให้นะครับ
    การ เคลมประกัน แบ่งง่ายๆ เป็น 2 ประเภท ได้แก่เคลมสดและเคลมแห้ง
    เคลมสด คือ เคลมที่ต้องการพนักงานออกตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ ได้แก่ เกิดเหตุมีคู่กรณี หรือมีผู้บาดเจ็บ หรือ รถประกันหรือรถคู่กรณีเสียหายมาก ซึ่งเคลมประเภทนี้ ผู้ขับขี่รถประกันหรือรถคู่กรณีจะได้รับใบหลักฐานในการติดต่อค่าเสียหายจากพนักงาน ตรวจสอบอุบัติเหตุ ซึ่งสามารถนำไปติดต่อซ่อมที่อู่ในเครือของบริษัทฯได้ทันที
    เคลมแห้ง คือ เคลมที่ไม่ต้องการพนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุออกตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ ได้แก่ รถประกันเสียหายเล็กน้อยและไม่มีคู่กรณี ซึ่งเคลมประเภทนี้ ผู้ขับขี่รถประกันสามารถนำรถประกันเข้าไปติดต่อซ่อมที่อู่ในเครือของบริษัทฯได้ตลอดเวลาที่ผู้ ขับขี่สะดวก แต่ทั้งนี้ต้องก่อนกรมธรรม์หมดอายุ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>